วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554

โรคที่พบบ่อยในเม่น

โรคที่พบบ่อย สำหรับเม่นแคระ

โรคฟัน
เมื่อแก่ตัว ก็มักจะพบฟันสึก สัตว์มักตะผอมลง น้ำหนักลดเพราะแทะอาหารแข็งไม่ได้ดี ต้องปรับอาหารให้เหมาะสม ทั้งคุณภาพและความอ่อนนุ่มของอาหาร
img by : nkeon
รูป by : nkeon
โรคทางเดินอาหารจากเชื้อแบคทีเรียและโปรโตซัว

เช่น E. coli, Campylobacter แต่ที่พบมักจะเป็น Salmonella sp. นอกจากนี้เม่นแคระ ถือว่าเป็นสัตว์อมโรคชนิดนี้อยู่ โดยไม่แสดงอาการ จะแสดงอาการเมื่อร่างกายอ่อนแอลง และติดต่อไปยังตัวอื่นและลูกได้ โดยพบในเม่นแคระอายุน้อยก่อนหย่านม และช่วงเปลี่ยนอาหาร อาการที่พบมีทั้งถ่ายเหลว และถ่ายแบบมีมูก บางรายการจัดการไม่ดีก็พบรุนแรงยิ่งขึ้น เกิดจากการปนเปื้อนเชื้อในอาหาร หรือแมลง หรือหนอน อาการท้องเสียจากเชื้อคอคซิเดีย (Coccidiosis) พวกนี้จะถ่ายแบบมีมูก จนถึงบิดมูกเลือด อย่างไรก็ตามเชื้อแบคทีเรียและโปรโตซัวในเม่นแคระที่แข็งแรงและอายุมาก จะหายได้ด้วยตัวเอง (self limiting) และอาจจะแสดงอาการไม่กี่วันตามวงชีวิตของเชื้อ และพยาธิกำเนิด จากลำไส้เล็กส่วนต้น มาจนถึงลำไส้ใหญ่ และขับออกตามธรรมชาติ


แต่อย่างไรก็ตามเชื้อเหล่านี้เป็นอันตรายต่อเม่นแคระที่ยังเป็นเด็กและไม่หย่านม หรือมีการติดเชื้อปริมาณสูง เชื้อ E.coli และ Campylobacter จะทำให้ถ่ายเหลวเป็นน้ำ เป็นชนิด osmotic diarrhea หากเป็นมากสัตว์จะเกิดสภาวะสูญเสียน้ำ ขาดน้ำ (dehydration) และตายได้ มักพบและรุนแรงในสัตว์อายุน้อย เชื้อ Salmonella และคอคซิเดีย จะทำลายผนังเซลเยื่อบุลำไส้ด้วย จึงมีเลือดออกปะปนมากับอุจจาระ เป็นมูกจนไปถึงมูกเลือด การรักษานอกจากจะต้องเลือกยาที่เหมาะกับเชื้อแล้ว ในบางรายต้องทำการรักษาโดยการให้สารน้ำ สารอาหารทดแทน การเลือกใช้ยาก็มีข้อควรระวัง เพราะเชื้อส่วนใหญ่เป็นแกรมลบ และคอคซิเดียเป็นโปรโตซัว การเลือกใช้ยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์สำหรับกลุ่มแกรมบวกนั้นกำจัดไม่ได้ และยังไปทำลายแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในทางเดินอาหาร
เจ้าของที่ไม่ทราบนั้นมีเป็นจำนวนมาก และมักจะคิดว่าตนรักษาหาย ทั้งที่เชื้อหลายชนิดมันหายได้กลไกของร่างกายสัตว์และเชื้อเอง หากรักษาไม่หายขาด เชื้อบางตัวจะกลับมาใหม่ เช่นคอคซิเดีย จะยังคงมีอยู่ในร่างกาย
โรคอ้วน

เป็นอีกโรคที่สำคัญ เพราะส่งผลให้เกิดโรคตับในเม่นแคระได้โดยมีความสัมพันธ์กัน
โรคทางเดินหายใจจากเชื้อโรคเดียวกันกับหนู กระต่าย สุนัข เช่น จากเชื้อ Bordetella brochiceptica, Pasteurella multocida, และ Mycoplasma เป็นต้น
โรคเกี่ยวกับเลือด

มักมีสาเหตุมาจากโรคตับ มะเร็ง หรือขาดสารอาหาร
โรคไตในเม่นแคระอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไป กระเพาะปัสสาวะอักเสบ นิ่ว
โรคตา

ทั้งการอักเสบธรรมดา มีแผลหลุม ไปจนถึงต้อหิน ต้อกระจกเมื่อแก่
โรคผิวหนังจากไร หมัด และเชื้อรา ทำให้เกิดอาการต่างๆ ตามเชื้อนั้นๆ เช่นคัน แผลเกาหรือถู หากเป็นเชื้อรา ก็มักจะพบขนเปราะ ผิวหนังแห้งหยาบ เป็นวงนูนยกตัว เป็นปัญหาที่พบได้เสมอๆ การอาบน้ำและใช้น้ำยากำจัด รวมทั้งการฉีดยาป้องกัน หรือรักษาอย่างไอเวอเมกติน ก็นิยมปฏิบัติกันในรายที่พบว่าติดไร หรือหมัดรุนแรง แต่ต้องร่วมกับการกำจัดในที่อาศัยร่วม
กลุ่มอาการทางประสาท

เช่น Wobbly hedgehog syndrome (WHS) สัตว์จะแสดงอาการอัมพาต เป็นโรคทางพันธุกรรม เกิดเนื่องจากยีนด้อย (recessive gene) มีการรณรงค์เรื่องนี้ โดยการคัดเลือกสายพันธุ์ที่แข็งแรง ในเมืองนอกนับว่าไม่ค่อยพบแล้ว แต่ในเมืองไทยอาจจะยังมีการหลอกขายกัน หรืออาจจะยังมีอยู่ แต่ก็ยังไม่มีการยืนยันชัดเจน เพราะการตรวจนั้นยาก นอกจากสงสัยจากอาการที่พบ รวมทั้งการซักประวัติไปยังพ่อแม่ และลูกในแต่ละครอก หากมีอาการดังกล่าว ให้สงสัย ควรทำการคัดแยก ไม่ทำการขยายพันธุ์ชุดที่มียีนด้อยดังกล่าวต่อ
นอกจากนี้ยังมี เนื้องอก ที่พบได้เหมือนในหนู ทั้งภายนอกและที่อวัยวะภายใน พบมากในเม่นแคระอายุมากขึ้นไม่มีความจำเป็นในการให้วัคซีนในเม่นแคระ เนื่องจากมีความทนทานต่อโรค อายุจะยืนกว่าหนู อายุประมาณ 4-7 ปีทีเดียว ซึ่งเรื่องโรคต่างๆ อาจจะนำมากล่าวโดยละเอียดในภายหลัง

ข้อมูลจาก

หมอแก้ว (ผศ. น. สพ. สมโภชน์ วีระกุล)

วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554

อาบน้ำเม่นแคระกันเถอะ

อาบน้ำเม่น
โดยธรรมชาติแล้ว เม่นแคระ เป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยที่จะชอบน้ำ ดังนั้น การอาบน้ำให้กับเม่น นั้นก็ค่อนข้างจะลำบากหน่อย ซึ่งโดยปกติ แล้ว เม่นเมื่อกินอาหารเข้าไป ก็จะ ถุยน้ำลายไว้ที่ขนตรงหลัง หรือไม่ก็ ข้างลำตัว ของเขา
ดังนั้นเราควรที่จะอาบน้ำให้บางเพื่อล้างสิ่งสกปรกสะสมนอกจากนี้ ยังช่วยในการกำจัด พวกปรสิต (ไร )ที่มาอาศัยอยู่กับเจ้าเม่น ของเราอีกด้วย การอาบน้ำให้กับเม่น ควรจะทำเพียง เดือนละครั้ง หรือไม่ก็ ประมาณ 2 เดือนครั้ง

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมในการอาบน้ำเม่นแคระ
  • น้ำยาอาบน้ำเม่นแคระ อาจใช้ แชมพูสำหรับเด็กเล็ก , น้ำยาอาบน้ำสุนัข หรือ แมว ให้เลือกสูตรที่อ่อนโยน , น้ำยา 3p
  • ผ้าขนหนู สำหรับเช็ดตัวเม่นแคระหลังจากอาบน้ำเสร็จ
  • กะละมังเล็กๆ 2 ใบ เอาไว้ใส่ส่วนผสมน้ำยาอาบน้ำ และเป็นพื้นที่ในการอาบน้ำเม่นแคระ
  • แปรงสีฟัน ใช้สำหรับขัดสิ่งสกปรกที่ติดตามขนเม่นแคระ โดยการแปรงจากหัวเม่นแคระไปท้ายเม่นแคระ
  • ไดร์เป่าผม อันนี้มีก็จะดีมาก เพราะช่วยทำให้เม่นแห้ง ไม่อับชื่นหลังอาบน้ำ

ขั้นตอนในการอาบน้ำเม่นแคระ
  1. เปิดน้ำในกะละมังให้ระดับน้ำ อยู่ประมาณท้องของเม่น จากนั้นก็เอาแชมพู ลงไปผสมให้เกิดฟอง ในกะละมังอีกใบ
  2. ค่อยๆนำเม่นลงไปในกะละมังเอาน้ำตักใส่หลังและตามตัวให้เปียก เพื่อนๆ ควรระวังไม่ให้น้ำ เข้าหู ตา และ จมูก ในกรณีที่มีก๊อกน้ำเปิดน้ำแล้วค่อยๆนำเม่นผ่านน้ำเหมือนเวลาเราอาบฝักบัวก็ได้
  3. นำเม่นลงไปในกะละมังในที่ผสมชมพูไว้ ค่อยแปรงตามแนวขน เน้นจุดที่สกปรกมาก ใช้มือถูตามตัวบริเวณขนอ่อน เช่น เท้า ขา ท้องแล้วก้น
  4. ล้างตัวเม่นด้วยน้ำสะอาด ลักษณะเดียวกับขั้นตอนที่ 2 ควรระวัง การล้างชมพูออกไม่หมด เพราะจะทำให้เม่นแพ้ และคันในภายหลัง
  5. เอาขึ้นมาเช็ดตัวเค้าด้วยผ้าขนหนูสะอาดๆ พร้อมเป่าด้วยไดร์(เปิดแค่มีลมพอนะ ไม่ต้องเอาร้อน เดียว เม่น จะสุกก่อนสะอาด)
ข้อควรระวังคือ
  1. พยายามอย่าให้เม่นสำลักน้ำ ดูปริมาณระดับน้ำในอ่างหรือกะละมังที่ใช้อาบน้ำน้องเม่นให้ได้ระดับประมาณบริเวณท้องเม่นน่าจะพอ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำนั้นเข้าจมูก เข้าปาก หรือ เข้าตา และก็ หู ในขณะอาบน้ำครับ พยายามเงยหน้าเม่นเพื่อป้องกันน้ำ แล้วในขณะลาดน้ำ หรือ ปล่อยน้ำลงบนตัวเนื้อล้างพวกสารแชมพู ก็ระวังด้วยค่ะ ซึ่งบริเวณ ที่เลี่ยงได้ก็ควร หลีกเลี่ยง ค่ะ เช่นบริเวณ หัว และ หน้า
  2. การเตรียมน้ำและอากาศเพื่ออาบน้ำให้เม่นแคระ น้ำไม่ควรร้อนหรือเย็นจนเกินไป อาจจะทำให้เม่นนั้นเป็นหวัด หรือ ไม่สบายได้ ควรเลือกเวลาไม่ให้ อากาศเย็นจนเกินไปด้วย
  3. การเตรียมแชมพูอาบน้ำนำผสมกับน้ำแล้วคนจนเข้ากันไม่ควรใส่เยอะจนเกินไปจนทำให้เกิดฟองมากเพราะจะทำให้ เวลาล้างออกจะยาก และ อาจทำให้เข้าปากและจมูกเม่นได้เวลานำเม่นลงอาบน้ำ ควรรอให้ฟองหมดก่อนจึงนำน้องเม่นลงอาบ
  4. ไม่ควรใช้ แชมพูของคนค่ะ เพราะว่า ผิวหนังของเม่นนั้นบางกว่าคนค่ะ อาจจะทำให้เกิดอันตรายตามมาได้
  5. การนำน้องเม่นใส่ในภาชนะบางครั้งเม่นอาจจะขดกลมอยู่ แต่พอเราหยิบใส่ทั้งขดอยู่จะทำหั้ยเม่นสำลักน้ำได้และอาจจะเข้าหูเข้าตาได้ ควรรอให้เม่นพร้อมก่อนนำใส่ในภาชนะอาบ
  6. การแปรงขนน้องเม่นควรแปรงตามแนวขนครับ ไม่ควรแปลงทวนขน ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้อาจจะทำให้ผิวหนังของเม่นนั้นอัพเสบ ได้ค่ะ
  7. ควรล้างน้ำให้สะอาด อย่าให้มีสารตกค้างค่ะ เพราะอาจจะมีปัญหากับผิวหนังได้
  8. ไม่ควรอาบน้ำบ่อยๆจนเกินไป ควรอาบเพียง 2 เดือนต่อ ครั้งค่ะ
การอาบน้ำและหยดไร
  • ยาหยดฆ่าไร ไม่ว่ายี้ห้ออะไร ใช้หยดบริเวณหลังคอเม่น จะได้ผลก้อต่อเมื่อไรเริ่มดูเลือดเม่น
  • ยาอาบน้ำประเภท 3p ใช้อาบน้ำเม่นปกติ เพื่อฆ่าเชื้อโรค ไล่ไร ทำความสะอาดอย่างน้อยเดือนละครั้ง
  • ยาขับไล่ไร ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี เช่น f1 หรือ ขมิ้น สะเดา ฯ ได้ผลแค่ไล่ ไมได้ฆ่าไรให้ตาย

ศึกษาเรื่องไรๆ


ก่อนอื่นเลยเรามารู้จักกับ ปรสิต ในชื่อที่เรียกกันว่า ตัวไร ในวงการของเม่นแคระกันก่อนเลยนะค่ะ ตัวไรจะมีลักษณะตัวที่ ค่อนข้างเล็กมาก ต้องสังเกต ดีๆถึงจะเห็นได้ค่ะ โดยทั่วไป เจ้าตัวไรจะอาศัยอยู่ตามตัวของเม่น รวมไปถึงทุกๆสิ่งทุกๆอย่างรอบตัวเม่น
ไร จะกัดกินผิวหนังชั้นบน ของเม่นแคระ  หากเม่นบางตัวที่ปล่อยให้มีไรมากจนเกินไป จะสังเกตเห็นได้ตามใบหน้าของเม่นเลยค่ะ และหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจจะส่งผลต่อเม่นหลายอย่าง อาจจะทำให้ผิวหนังของเม่นแห้ง และเป็น ขุยๆได้ค่ะ และ ส่งผลกระทบต่อ ฮอร์โมนในตัวของเม่น อาจจะทำให้เม่นอ่อนแอ และป่วยได้ง่ายค่ะ

สรุปโดยคร่าวๆนะค่ะ
  • โดยปกติแล้วไรจะอาศัยบนตัวเม่น , ตามกล่องเม่น หรือตามพื้นวัสดุปูพื้น และเป็นตอสาเหตุที่ทำให้เม่นมีอาการคัน และ รวามทั้งอุกปรณ์ต่างๆในกล่อง ตัวไรก็สามารถหลบซ่อนตัวอยู่ได้ค่ะ


1_28_04_09_10_00_40


แล้วจะกำจัดไรได้อย่างไร ( เมื่อเม่นคัน )
  1. การทำความสะอาดกะบะเลี้ยงเม่นอย่างสม่ำเสมอ เป็นประจำ รวมไปถึงการเปลี้ยงวัสดุปูพื้นด้วย ยิ่งบ่อยยิ่งดีนะค่ะ
  2. อาบน้ำเม่นตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอ โดยปกติแล้วควรอาบ 2 เดือนต่อ 1 ครั้ง
  3. หยดยา สำหรับวิธีนี้ ไม่ค่อยอยากแนะนำสักเท่าใหร่ เพราะเพียงท่านทำตามข้อ 1 และ 2 ก็สามารถลดจำนวนไรได้แล้วค่ะ ส่วนวิธีที่ 3 เรื่องยาหยด เรื่องนี้คงต้องรออ่านในบทความ เรื่องยาหยดโดยเฉพาะค่ะ
แล้วแน่ใจหรือว่าไรจะหมด

โดยปกติแล้วแม้ว่าเราจะทำความสะอาด หรือหยดยา หรือ วิธีใดก็ตาม ไม่สามารถที่จะกำจัดตัวไร ให้หายหมดได้เพียงแต่จะช่วยลดปริมาณจำนวนของไรให้ลดน้อยลง อยู่ที่ว่าจะเหลือมากหรือน้อยเพียงใด ยังไงเราก็ต้องทำความสะอาดกรง และ ที่อยู่อาศัยอย่างสม่ำเสมอค่ะ
โดยปกติแล้ว ผู้เลี้ยง มักเข้าใจว่า เป็นไรต้อง อาบน้ำ หรือ หยดยา ก็จะหาย แต่ที่จริงแล้ว การกระทำเพียงเช่นนั้นไม่สามารถ แก้ไขได้หมด เพราะ ผู้เลี้ยงเองต้องเอาใจใส่ ทำความสะอาด กรงของเม่นอยู่สม่ำเสมอ สำหรับการอาบน้ำเม่น หากท่านยังไม่เข้าใจสามารถเข้าอ่านในบทความหัวข้่อ วิธีการอาบน้ำเม่น ได้ค่ะ


บทความโดย http://www.thaipetonline.com/

พฤติกรรมน่ารู้ของเม่นแคระ

เม่นแคระ หรือ Hedgehogs ไม่ว่าจะพันธุ์แอฟริกันหรือยุโรปที่คุณๆ นำมาเป็นสัตว์เลี้ยงขณะนี้ มีสิ่งที่เชื่อว่าเจ้าของสัตว์เหล่านั้นยังไม่รู้อยู่เป็นจำนวนมาก  โดย เฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมสำคัญอันเกี่ยวพันถึงความเป็นอยู่ การเลี้ยงดู เป็นสัตว์เลี้ยงชนิดใหม่ของบ้านเรา ซึ่งอาจนำไปสู่การเลี้ยงดูที่ผิดหรือขัดกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของเขา ยังผลให้เกิดปัญหาสุขภาพทั้งกายและใจตามมา


hedge


พฤติกรรมน่ารู้ของเม่นแคระมีดังนี้

-เม่นแคระเป็นสัตว์ที่หากินตามลำพัง ประเภทศิลปินเดี่ยว การเลี้ยงจึงไม่ควรรวมกันเป็นฝูง
-จัด ความอบอุ่นให้แก่เม่นแคระอย่างพอเพียง ด้วยการมีวัสดุปูรองนอนซึ่งเป็นฉนวน หรือมีกรงไฟส่องให้ความร้อน เขาก็จะไม่เซื่องซึม และกระฉับกระเฉง

-เม่นแคระมีนิสัยชอบหลบหนีในเวลากลางคืน ฉะนั้นสถานที่เลี้ยงควรมีผิวผนังเรียบ จะทำให้เขาปีนหนีไม่ได้
-มีวัสดุปูรองนอนในพื้นกรงเพื่อให้เขาใช้มุด ขุด เล่น คล้ายกับสภาพเป็นจริงตามธรรมชาติ เขาจะได้ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
-จัด ที่หลบซ่อนตัวแก่เม่นแคระเพื่อให้เขามีความรู้สึกเป็นส่วนตัว ไม่ถูกรบกวน และรู้สึกปลอดภัย รำคาญ หรือเบื่อหน้าเจ้าของ ก็สามารถเข้าไปหลบอยู่ได้ เช่น โพรง หรืออุโมงค์
-เม่นแคระก็ต้องการออกกำลังกายเช่นเดียว กับหนูถีบจักรหรือหนูแฮมสเตอร์ หาวงล้อให้เขาถีบหรือวิ่งปั่น แต่ต้องพิเศษกว่าคือไม่มีช่องให้ขาหรือตีนเข้าไปติดขัดได้เป็นอันขาด
-ธรรมชาติ ของเม่นแคระเป็นสัตว์หากินกลางคืน มันจึงกระฉับกระเฉงยามค่ำคืน แต่เพื่อให้คุณสามารถเล่นกับเขาได้ ก็สามารถฝึกให้ปรับเวลาหากินพฤติกรรมของเขามาตอบสนองเจ้าของเวลากลางวันได้ เช่นกัน
-การให้อาหารโดยซุกซ่อนไว้ใต้สิ่งรองนอน เช่น คลุกไว้กับขี้เลื่อย ขี้กบ หรือฝอยกระดาษ จะทำให้เม่นแคระต้องออกแรงคุ้ยเขี่ยหาอาหารดังในธรรมชาติ ดีกว่าใส่ภาชนะรอให้มากินง่ายๆ
-ต้องรู้จักว่าพฤติกรรมแสดงความ เจ็บปวดหรือกลัวของเม่นแคระจะแสดงออกอย่างไร สิ่งนี้จะช่วยเตือนให้คุณรู้ถึงอันตรายหรือความเจ็บปวด ไม่พึงพอใจของเม่นแคระล่วงหน้า เช่น เสียงร้อง “กี้-กี้-กี้“ คือ ร้องด้วยความกลัว หรือหวีดเสียงดัง แล้วรีบม้วนตัวกลม ขนแหลมตั้งชัน ฯลฯ ท่าเดินหย่งเหย่งขาแสดงว่าเจ็บตีนหรือขา หากเจ็บปวดในปากจะมีน้ำลายไหลเยิ้ม เคี้ยวลำบาก หรือคาบเหยื่อไม่อยู่ และไม่กินอาหาร ฯลฯ
นี่แหละค่ะพื้นฐานพฤติกรรมเม่นแคระที่คุณผู้เลี้ยงควรรู้ !

บทความจาก ไทยเพ็ทออนไลน์

วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

คลิปน้องเม่น สุดน่ารัก




เม่นแคระ  ว่ายน้ำ.....อิอิ   น่ารักจิงๆ


เล่น  เล่น  เล่น  ปั่นๆๆๆ   น่ารักจิงๆ

วันเสาร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2554

ลักษณะ และประวัติ เม่นแคระ

ลักษณะและพฤติกรรม

ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะเม่นแคระอัฟริกา ที่ได้รับความนิยมสูง
ลักษณะและพฤติกรรม
eurhhogl
เม่น European Hedgehog
ขนาดลำตัวยาว 18-30 ซ.ม.หางยาวประมาณ 1.7-5 ซ.ม. หนัก 600-800 กรัม มีขนแข็งปรกติและยาวมีขนปกคลุมหนามากกว่า 3 ซ.ม. ขนอ่อนใต้ท้องสีเทาขนแข็งสีดำ-น้ำตาลอ่อน

ถิ่นที่อยู่อาศัย ในยุโรปทางด้านตะวันตก-ตะวันออก รัสเซียทางเหนือ เอเซีย
HEDGIE1A
เม่น African white-bellied Hedgehog (สายพันธ์ที่เราเลี้ยงกันอยู่ในไทย)

ขนาดลำตัวยาว 15 ซ.ม. หนัก 500-700 กรัม มีนิ้วมือ 5 นิ้ว นิ้วเท้า 4 นิ้ว ขนปกคลุมลำตัวมีขนาด 2.5 ซ.ม.ขนเป็นสีขาวและเทา ท้องและขาเป็นสีขาว ถิ่นที่อยู่อาศัย ในอาฟริกา อากาศแห้ง มีต้นไม้เพียงเล็กน้อย

DesertHedgehog20956
เม่น Desert Hedgehog

ขนาดลำตัวยาว14-28ซ.ม. หนัก300-500 กรัม ขนสามารถย่นได้ มีสีดำและมีส่วนผสมสีเหลืองขาว หูตั้งชี้ขึ้นมีสีเหลือง หน้าผากและหน้ามีสีขาว เท้าและหางสีน้ำตาลดำ

ถิ่นที่อยู่อาศัย ทะเลทรายทางเหนือและใต้ของอาฟริกา ประเทศอาระเบีย อาศัยในโพรงใต้ดิน ซอกหินและหน้าผา
1018816689_1e047f271d
Long-esred Hedgehog

ขนาดลำตัวยาว 15-28 ซ.ม.หนัก 400-500 กรัม ขนและขายาว หูยาวและตั้งขึ้น หูทำหน้าที่ระบายอากาศร้อนภายในตัว ขนแข็งสีครีม หน้ามีสีขาวหรือน้ำตาลอ่อน ขาและหางสีขาว ท้องสีขาว เท้าสีน้ำตาลเทา

ถิ่นที่อยู่อาศัย พบอยู่บริเวณทะเลทรายลิเบียทางเหนือ อียิปต์ เอเซีย อินเดีย และมองโกเลีย ชอบอาศัยอยู่ในโพรงร้าง หรือที่อยู่อาศัยของสัตว์ขนิดอื่นๆ บางครั้งอาจพบได้ตามพุ่มไม้เล็กๆตามสวนสาธรณะ ไม่ชอบอยู่เป็นกลุ่ม ชอบอยู่ลำพัง
เม่นแคระเป็นสัตว์สันโดษ หากินตัวเดียวในตอนกลางคืน กลางวันนอน มีนิสัยชอบอยู่ตัวเดียว หวงอาณาเขต บริเวณหากินของตัวเอง ดังนั้นไม่แนะนำให้เลี้ยงเม่นแคระมากกว่า 1 ตัวในพื้นที่เลี้ยงเดียวกัน เพราะอาจเป็นสาเหตุให้เม่นแคระต่อสู้ กัดกัน เพื่อแย่งชิงอาณาเขตบริเวณในการหาอาหาร แนะนำให้เลี้ยงแยกกันโดยเด็ดขาด อาจจับรวมกันได้บ้าง กรณีต้องการจับคู่ผสมพันธุ์เมื่อเม่นแคระอยู่ในวัยที่เหมาะสม คือช่วงอายุประมาณ 5 เดือนขึ้นไป

เม่นแคระเป็นสัตว์ขี้ระแวง ชอบหลบซ่อนตัวในตอนกลางวัน ถ้ามีอะไรผิดปกติหรือไม่คุ้นเคย เม่นแคระมักจะซุกตัวหาที่ซ่อน หรือขดตัวม้วนกลม เก็บขา หน้าตา และทำหนามตั้งชันขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันตัวเองจากอันตราย แต่หากเม่นแคระได้กลิ่นแปลกๆจากวัตถุ สิ่งของต่างๆ เม่นแคระมักจะกัดและเคี้ยววัตถุสิ่งของดังกล่าวจนเกิดเป็นฟองน้ำลาย แล้วนำฟองน้ำลายดังกล่าวมาแปะติดไว้ตามตัว เพื่อจดจำกลิ่นดังกล่าว หรือปรับตัวเองให้มีกลิ่นเหมือนสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยตามปรกติของเม่นแคระทุกๆตัว ดังนั้นควรระมัดระวัง และหาทางป้องกันไม่ให้เม่นได้รับอันตรายจากพฤติกรรมนี้ ด้วยการไปกัด เคี้ยววัตถุที่มีพิษ จนอาจทำให้ได้รับสารพิษดังกล่าวเข้าสู่ร่างกายและเสียชีวิตได้ อีกอย่างผู้เลี้ยงเม่นแคระใหม่ๆ ควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมนี้ จะได้ไม่ตกใจจนเกินเหตุ เมื่อเห็นเม่นแคระแสดงพฤติกรรมดังกล่าวข้างต้นนี้ เช่น ตอนเปลี่ยนอาหารแมวรสใหม่ให้เม่นแคระ หรือการที่เปลี่ยนถ้วยอาหาร หรืออุปกรณ์ใหม่ๆเข้าไปในพื้นที่การเลี้ยงดู
ผู้อ่านสามารถศึกษาได้จากหลายๆ แหล่งที่ให้ความรู้และขายสัตว์เหล่านี้อยู่ จึงได้มีการเรียกย่อยออกไปอีกหลายชื่อ ตามลักษณะที่พบ เป็นสัตว์หากินกลางคืน แต่ก็ตื่นทั้งกลางวันและกลางคืนคล้ายกับแมว เจ้าของจึงเล่นกับเขาได้ตลอดเหมือนเลี้ยงแมว ชอบอยู่เพียงลำพัง จึงเป็นข้อดีที่เขาจะเข้ากับเจ้าของได้ง่าย และทำกิจกรรมร่วมกัน เล่น ดูทีวี อุ้ม เที่ยวเล่น หรือนอนบนตัก ชอบขุดหลุมตามธรรมชาติ ทั้งนี้เพื่อซ่อนตัว และนอน ขยันหาอาหาร ถีบจักรเหมือนหนู แต่ไม่ได้หมายถึงจักรที่ต้องปีนป่ายแบบที่เห็นในหนู บางตัวชอบว่ายน้ำ มีความฉลาด และมีบุคลิกภาพส่วนตัว แต่ละตัวก็ต่างบุคลิกกันไป สามารถเล่นสนุกได้กับอุปกรณ์ที่จัดหาให้ง่ายๆ เช่น ตะกร้อพลาสติกเล็กๆ บางทีเรียกว่า “Hedgehog Wheel” ซึ่งนิยมนำมาให้เล่น สำหรับปีน ถีบ และดัน หลายคนนิยมประกอบบันไดในตู้เลี้ยง เพราะหลายตัวชอบปีนป่าย ขอนไม้ และท่อลอดต่างๆ ที่ทำเป็นทางวกวนไปมา แม้กระทั่งม้วนของทิชชู ก็เป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เขามีความสุขได้ โดยการใช้หัวดุนให้หมุนกลิ้งไปเรื่อย ช่วยให้ได้ออกกำลังได้ดี
แม้ว่าเม่นแคระจะถูกสนใจและนำมาเลี้ยงมานานแล้ว แต่ยังมีความเป็นสัตว์ป่า และนิสัยดั่งเดิมอยู่มาก หากเป็นตัวที่ถูกจับมาหรือไม่คุ้นคน จึงไม่ค่อยจะทนต่อความเครียด การจับต้อง ก็จะป้องกันตัวเอง และส่งเสียงร้องหรือขู่ บางตัวก็ร้องไม่ยอมหยุดทั้งที่ไม่ได้ทำอะไร พบในเม่นแคระที่ใช้เป็นสัตว์ทดลอง หรือเลี้ยงแบบธรรมชาติในสวนสัตว์ ที่ไม่คุ้นการจับต้องแบบเม่นเลี้ยง แต่หากคุ้นเคยกับผู้เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก หรือเกิดจากการเพาะพันธุ์ ก็จะไม่แสดงอาการหวาดระแวง การร้องหรือขู่ก็เมื่อเกี้ยวพาราสี ร้องหาแม่ หรือตกใจหวาดกลัวแต่ก็มีหลายอย่างที่แตกต่างจากหนู คือค่อนข้างขี้ระแวง หากมีอะไรผิดปกติ เช่น สิ่งของใหม่ กลิ่นแปลก ก็จะแสดงอาการต่อต้านหรือหลบเลี่ยง มักพบเล่นน้ำลาย แล้วเอามาป้ายขนตัวเองเสมอ ซึ่งไม่ใช่สิ่งผิดปกติ
เรื่องของการจำศีล
เนื่องจากเป็นสัตว์ท้องถิ่นของอัฟริกา ที่มีอากาศแห้งแล้ง และร้อน เม่นแคระอัฟริกาจึงไม่จำศีล แม้จะนำมาเลี้ยงในประเทศหนาวแล้วก็ตาม นั่นเป็นข้อแตกต่างอย่างหนึ่งจากเม่นแคระพันธุ์ยุโรป เม่นแคระอัฟริกามีความสามารถในการปรับอุณหภูมิของร่างกาย ทั้งจากอุณหภูมิภายนอก หรือฮีทเตอร์ที่เราจัดให้ และจากขบวนการเมตาบอลิซึมหลังจากได้รับอาหาร จึงจำเป็นต้องปรับอุณหภูมิที่อยู่อาศัยให้เหมาะกับเขา รวมทั้งอาหารที่มีคุณค่า อย่างไรก็ตามในหน้าหนาว เม่นแคระอัฟริกาจะอยู่ในสภาวะกึ่งหลับได้ (semi-stuporous state)
โดยเมื่อหน้าหนาวมาเยือน สัตว์เหล่านี้จะทำการขุดหลุมหรือโพรงเพื่อนอน แต่ไม่ใช่การจำศีล (hibernation) ที่แท้จริง ระดับเมตาบอลิซึมก็ยังสูงกว่าที่พบในการจำศีล หรือไม่สามารถทำให้ช้าหรือต่ำจนถึงระดับจำศีลได้ เหมือนในเม่นแคระยุโรป เม่นแคระอัฟริกายังออกมาข้างนอกโพรงเสมอ และกลับไปนอนยาว ครั้งละประมาณ 1 สัปดาห์ บางทีเรียกลักษณะแบบนี้ว่า สภาวะการหยุดนิ่งไม่เคลื่อนไหว (Aestivation) เท่านั้น หากเจ้าของพยายามจะให้จำศีล ทั้งที่สัตว์ไม่สามารถตามธรรมชาติ จะทำให้เม่นแคระอัฟริกาตายเนื่องจากสภาวะอุณหภูมิร่างกายต่ำ (hypothermia) หรือขาดอาหาร หรือทั้งสองอย่าง
ขณะที่เม่นพันธุ์ยุโรปนั้น ตามธรรมชาติ เมื่อถึงหน้าหนาวจะเข้าสู่การจำศีล ซึ่งเป็นข้อดีของสัตว์ที่อาศัยในประเทศที่มีอากาศหนาว เมื่ออากาศเย็นลง ร่างกายมีความสามารถปรับตัวเองสู่การจำศีลได้อย่างไม่มีปัญหา เป็นการพัฒนาการมานับตั้งแต่โบราณ โดยจะเริ่มเข้าสู่การหลับ (stuporous state) ก่อนเข้าสู่การจำศีลอย่างสมบูรณ์ โดยจะค่อยๆ ลดเมตาบอลิซึมในร่างกายลง แต่ลักษณะกลไกของร่างกายดังกล่าว ก็สามารถเกิดอันตรายได้ เนื่องจากสัตว์จะไม่สามารถควบคุมความร้อนในร่างกายได้ หากไม่อยู่ในสภาวะจำศีล โดยเจ้าของไม่เข้าใจ ก็จะทำให้เม่นแคระยุโรปตายได้
ที่มาของข้อมูล :

ร่วมเผยแพร่โดย : www.thaipetonline.com

ต้นกำเนิดและที่มาของเม่นแคระที่เราเลี้ยงกัน

African Pygmy Hedgehog ที่นิยมเลี้ยงกันในบ้านเราก่อนนะค่ะ
African Pygmy Hedgehog

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Atelerix albiventris, Altelerix algirus
ชื่อสามัญ : African dwarf hedgehog, African pygmy hedgehog, White-bellied hedgehog, Four-toed hedgehog, Pruners hedgehog, Middle african hedgehog, American hedgehog
ลักษณะทั่วไป : เม่นแคระเหล่านี้พบอาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่เดียวกับหนูตะเภาท้องถิ่น(น่าจะหมายถึงแถบแอฟริกา) หูสั้น มีขนสีขาวบริเวณหน้าและครึ่งล่างของลำตัว พวกมันมีนิ้วที่ขาหน้า 4 นิ้ว และ 5 นิ้วที่ขาหลัง หนามจะมีแถบสีพาดกลางซึ่งมีได้หลายเฉดสี มีขนาดหลากลายโดยมีน้ำหนักตั้งแต่ระดับ ออนซ์ จนถึง ปอนด์
้ำhedgehogs

ถิ่นกำเนิด : แอฟริกากลาง, แอฟริกาตอนใต้ตั้งแต่เซเนกัลถึงซูดาน และ แซมเบีย

ลักษณะที่อยู่อาศัย : แถบทุ่งหญ้าสะวันน่าและแถบทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ที่ไม่มีต้นไม้

ลักษณะนิสัย : เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กประเภท Omnivorous(กินได้ทุกอย่าง)
เม่นแคระสายพันธุ์ white-bellied และ algerian มีปรากฏตัวในสหรัฐอเมริกาครั้งแรกเมื่อปี 1991 โดยนำเข้าจากประเทศไนจีเรียซึ่งมีการพูดว่าเป็นที่นิยมอย่างมากที่นั่น พวกมันได้ถูกนำเข้ามาทางเรือสู่นิวยอร์กเพื่อขายเป็นสัตว์เลี้ยง ต่อมาทางการสหรัฐได้ห้ามนำเข้าเมื่อปี 1994 ซเพราะในขณะนั้ได้เกิดโรคระบาดในประเทศไนจีเนีย ซึ่งในขณะนั้นได้มีการนำเข้ามาแล้วประมาณ 80,000 ตัว
.

เม่นแคระสายพันธุ์นี้มีการนำเข้าในหลายๆประเทศรวมทั้งยุโรปได้อย่างไม่มีปัญหา ก่อนจะเป็นที่นิยมอย่างมากในเวลาต่อมา ในช่วงสี่ปีแรกที่นำเข้ามีคนให้ความสนใจในการเลี้ยงดูและการผสมพันธุ์โดยไม่ได้ตาดติดว่ามีการนำเข้ามา 2 สายพันธุ์

ทั้ง 2 สายพันธุ์ได้ถูกผสมกันเองและผสมข้ามพันธุ์จนกลายเป็นสัตว์เลี้ยงในปัจจุบัน เป็นการยากที่จะบอกว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น และเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ซึ่งน่าจะพูดได้ว่าเกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิด(ประมาณว่าตอนแรกๆไม่มีใครรู้ว่ามี 2 สายพันธุ์) แต่เป็นไปได้ว่าสายพันธุ์แท้น่าจะยังมีอยู่ใน UK แต่ยังมีความจริงอีกข้อหนึ่งคือ ผู้เก็บรักษาพันธุ์ดั้งเดิมในอังกฤษก็นำเข้าเม่นจากสหรัฐอย่างน้อยหนึ่งครั้งเหมือนกัน ซึ่งทำให้เกรงว่าผู้เก็บรักษาพันธุ์จดจำลักษณะของทั้ง 2 สายพันธุ์จากเม่นของพวกเขาเองซึ่งอาจเป็นพันธุ์ผสมมาตั้งแต่แรก
.

African pygmy hedgehogs ในปัจจุบันเกิดจากการผสมกันของทั้ง 2 สายพันธุ์เป็นเวลานานหลายปีจนเกิดเป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นชนิดใหม่ที่เลี้ยงกันเม่นแคระพวกนี้ไม่ได้มีขนาดเล็กจนเรียกได้ว่าเป็นแคระอย่างแท้จริง แต่คาดว่าเกิดจากการที่มันมีขนาดเล็กกว่าเม่นของยุโรปและสายพันธุ์อื่นๆ เม่นแคระพวกนี้โดยปกติมีขนาดยางประมาณ 5-8 นิ้วหรือขนาดพอๆกับหนูตะเภาท้องถิ่น โดยเม่นเลี้ยงในปัจจุบันมีความแตกต่างกันไปทั้งขนาด สี และน้ำหนัก ลักษณะเหล่านี้ปรากฏให้เห็นได้จากสายพันธุกรรมโดยที่ความแตกต่างอย่างชัดเจนเกิดขึ้นจากการผสมช้ามพันธุ์นั่นเอง ในขณะที่สัตว์เลี้ยงอื่นๆมีคนทำการผสมและพัฒนาลักษณะที่เห็นได้กัน แต่เม่นแคระกลับมีสีที่แน่นอนสำหรับเป็นตัวอย่างน้อย การผสมพันธุ์เม่นแคระจึงเป็นเพียงงานอดิเรกคล้ายกับการผสมพันธุ์สัตว์อื่นเพื่อให้เป็นสัตว์เลี้ยงขาย
740-20050709064334740-20050708184309
Atelerix albiventris (The 4-Toed or White-Bellied Hedgehog)

- ถิ่นอาศัย : แอฟริกากลาง

- ลักษณะที่ปรากฏ : ขนาด7-10นิ้ว หนัก300-700กรัม หนามมีแถบสีน้ำตาลช็อคโกแลตถึงดำพาดกลาง ขนใต้ท้องสีขาว ขาหลังไม่มีนิ้วหัวแม่เท้า
740-20050709064437740-20050708184344
Atelerix algirus (The Algerian Hedgehog)

- ถิ่นอาศัย : แอฟริกาเหนือจากโมร็อคโคถึงลิเบีย รวมทั้งบริเวณเล็กในสเปนตอนใต้และฝรั่งเศส หมู่เกาะคานารี มอลตา และ Djerba

- ลักษณะที่ปรากฏ : ขนาด8-14นิ้ว หนัก400-1000กรัม หนามมีสีครีมและมีสีน้ำตาลช็อคโกแลตพาดกลาง ขนใต้ท้องสีขาว
740-20050709064118740-20050708184412
Atelerix sclateri (The Somalian Hedgehog)

- ถิ่นอาศัย : พบเฉพาะในโซมาเลียตอนเหนือ

- ลักษณะที่ปรากฏ : ขนาด7-10นิ้ว หนัก300-700กรัม หนามมีแถบสีน้ำตาลช็อคโกแลตถึงดำพาดกลาง ขนใต้ท้องสีขาวและมีสีน้ำต่ลด้านข้างของบริเวณใต้ท้อง
740-20050709064523740-20050708184803
Atelerix frontalis (The South African Hedgehog)

- ถิ่นอาศัย : แอฟริกาใต้ ซิมบับเว่ และ แซมเบีย

- ลักษณะที่ปรากฏ : ขนาด7-10นิ้ว หนัก300 – 700กรัม หนามมีแถบสีช็อคโกแลตเข้มถึงดำพาดกลางและมีแถบสีขาวแบบขนพาดที่หัวส่วนหน้า ขนใต้ท้องสีน้ำตาลเทา